Knowledge

สุดยอดอาหารต้านความแก่

เรื่องของความแก่นั้นเป็นเรื่องที่รบกวนจิตใจไม่ว่าจะเป็นเพศหญิง หรือเพศชาย โดยเฉพาะผู้หญิงนั้น คำว่า แก่ เป็นอะไรที่ทำให้เกิดโมหะจริตยากที่จะระงับได้หากใครมาพูดให้ได้ยินใกล้ๆ ในวารสารฉบับนี้จึงจะนำเรื่องชะลอความแก่มาลงให้ท่านสมาชิกได้อ่านกัน เพื่อเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง

แนวทางการแพทย์เวชศาสตร์อายุวัฒน์ กำลังได้รับความนิยมเพราะใครๆ ก็อยากอยู่อย่างมีคุณภาพด้วยอายุขัยที่มากขึ้น และอาหารก็เป็นปัจจัยสำคัญของการชะลอความแก่ของวัย

คำว่า เวชศาสตร์อายุวัฒน์ โดย นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช บัญญัติจาก ภาษาสันสกฤตสองคำนำมาสมานกันโดยให้ความหมายตรงกับคำว่า Anti aging คือการมีชีวิตที่ยืนยาวและเจริญรุ่งเรือง หรือ มีคุณภาพชีวิตที่ดี นั่นเอง (อายุ (Ayu)=ชีวิต,วัฒนะ=เจริญรุ่งเรือง)

จากการบรรยายของนายแพทย์ กฤษดา ศิรามพุช เจ้าของหนังสือขายดี ถอดรหัสความชรา ตอนชีวิตเริ่มต้นที่ หกสิบปี ในหัวข้อ Anti aging medicine and Nano Era ให้กับผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ที่สนใจแนวทางการมีชีวิตยืนยาว โดยไม่เจ็บป่วย ป่วยไข้ ที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ในเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา แนวทางการแพทย์ที่นับว่าเป็นแนวทางใหม่ล่าสุดที่ได้รับการคาดหมายว่า จะกลายเป็นการแพทย์ศตวรรษใหม่ คือ เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ ซึ่งเป็นคำจำกัดความของคุณหมอในการแปลหนังสือเล่มแรก อายุยืนควรกำหนดได้ หรือ Life Extension Revolution ของนายแพทย์ฟิลลิป มิลเลอร์ กูรู ด้าน Anti aging medicine President ของเว็ปไซด์ A4M (http://www.worldhealth.net) ซึ่งเป็นแหล่งรวมข้อมูลผลงานวิจัยการทดลองมากมายเพื่อหาวิธีต้านความชรา

ซึ่งหากจะให้คำจำกัดความง่ายๆ ศาสตร์การแพทย์แผนใหม่นี้ คือ การทำความเข้าใจถึงสาเหตุของความแก่ชรา หาจุดอ่อนในร่างกายของแต่ละบุคคลที่ทำให้ความชรามาเยือน แล้วจึงแก้ไขให้ตรงจุดโดยอาศัยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี เมื่อรวมกับความคาดหมายถึงความสำเร็จของ Nanomedicine sin หรือยานาโน ซึ่งจะเข้าไปทำงานในร่างกายระดับเซลล์ จึงทำให้ศาสตร์นี้เป็นความหวังใหม่ของมนุษยชาติ

สูตรยอดอาหารต้านความแก่

เมื่อหัวใจของสุขภาพร่างกายคืออาหาร ซึ่งเวชศาสตร์อายุวัฒน์ก็เน้นเรื่องของอาหารมากเช่นกัน มีความพยายามมากมายที่จะหาทางต้านความแก่ จนกลายเป็นการทดลองใช้ยาหลายๆชนิดรวมกัน ซึ่งก็พบว่าสามารถชะลอความแก่ได้ อันเรียกว่า ทฤษฎี poli-pill

ในขณะเดียวกันมีแนวความคิดใหม่เกิดขึ้นเนื่องจากคงไม่มีใครอยากกินยาวันละมากๆเพียงเพื่อการมีชีวิตอยู่ แต่หากเปลี่ยนเป็นอาหาร ก็ดูท่าว่าจะมีความเป็นไปได้สูงและผลของการทดลองก็ออกมาได้อย่างน่าตื่นเต้น เมื่อพบว่าเมื่อกินอาหาร 6 อย่างนี้ ในปริมาณที่กำหนดให้ ผลการต้านความชราได้เท่ากับการกินยาหลากหลายเม็ด เรียกแนวคิดนี้ว่า poly-meal

1. ดื่มไวน์วันละ 150 มล. เนื่องจากเรสเวอราทรอลจากไวน์เป็นยอดยาอายุวัฒนะชั้นเลิศ

2. ปลาจากน้ำทะเลลึกวันละ 118 กรัม เพิ่มปริมาณ Omega 3 ให้กับร่างกาย

3. ช็อคโกแลตดำวันละ 100 (ซึ่งช็อกโกแลตชนิดนี้จะไม่หวานมันเหมือนช็อกโกแลตอื่นๆ)

4.ผักและผลไม้ วันละ 400 กรัม

5. กระเทียม วันละ 2.7 กรัม

อาหารต่างๆ เหล่านี้เรารู้จักกันดี แต่อาจไม่ได้มีโอกาสรับประทานบ่อยนัก หรือเป็น อาหาร ยี้ สำหรับคนบางคนเลยทีเดียว แต่หากดูจากผลการวิจัยพบว่าอาหารต่างๆเหล่านี้ ช่วยชะลอความชราให้คุณได้จริงๆ ซึ่งเปรียบเทียบกับอีกแนวทางที่นำเสนอ คือ การกินยาให้หลากหลาย หรือ poly-meal เป็นสิ่งที่น่าพิสมัยกว่ากันเยอะ

ฮอร์โมน...การควบคุมจิตใจ

จุดที่เป็นความต่างของศาสตร์นี้อีกประการ คือ การทำความเข้าใจกับฮอร์โมนร่างกาย ซึ่งเปรียบเหมือนตัวควบคุมร่างกายที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของระบบประสาท

ของเหลวที่ผลิตขึ้นจากต่อมไร้ท่อที่เรียกว่าฮอร์โมนนั้น จะมีระดับการผลิตมากหรือน้อยแตกต่างกันไปแต่ละบุคคล ฮอร์โมนนับสิบชนิดที่ทำหน้าที่ต่างกัน กับเชื่อมโยงร้อยเรียงกัน จุดเดียวกับการบรรเลงบทเพลงซิมโฟนีและสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับความรู้สึก อาจกล่าวได้ว่าสมองควบคุมร่างกายด้วยเส้นประสาท ส่วนจิตใจควบคุมด้วยร่างกายด้วยฮอร์โมนก็ว่าได้

ศาสตร์แห่งฮอร์โมนจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนซึ่งเวชศาสตร์อายุรวัฒน์ให้ความสำคัญ โดยการตรวจวัดความสมดุลฮอร์โมนและเติมฮอร์โมนที่ขาดลงไปซึ่งเป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อนเนื่องจากปริมาณฮอร์โมนกระแสเลือดนั้นมีน้อยมาก เช่น ฮอร์โมนเสตียรอยด์ และไทรอยด์ฮอร์โมน ในพลาสมามีเพียง 10-6 และ 10-9 เท่านั้น การให้ฮอร์โมนเสริมจึงเป็นเรื่องที่จะต้องระมัดระวังและละเอียด ถึงขนาดที่คุณหมอกฤษดา เรียกว่า การจูลฮอร์โมนกันหลายที่ทีเดียว เพราะฮอร์โมนทุกตัวสัมพันธ์กันหมด

หากใช้รูปแบบของศาสตร์อายุรวัฒน์ จากตะวันตกคงไม่สามารถนำประโยชน์ของศาสตร์นี้มาใช้ได้อย่างเต็มที่ คุณหมอจึงให้ประยุกต์เข้ากับวิถีคนไทย โดยอิงหลักการพื้นฐานของการผลิตฮอร์โมนในร่างกาย คือ อารมณ์และจิตใจ ที่มีความสัมพันธ์กับ ระดับฮอร์โมน โดยผสมเข้ากับแนวทางของพุทธศาสนา จนพบว่าการนั่งสมาธิและการทำจิตใจว่าง เป็นเครื่องมือชั้นดีในการคุมระดับฮอร์โมนในร่างกายให้อยู่ในระดับสมดุล กลายเป็นศาสตร์แห่งการผสมผสานที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ

ชะลอวัยด้วยเซ็กซ์ที่สุขสม

- ความรู้สึกทางเพศทำให้คุณมีอายุยืนยาวได้จริง

- เซ็กทำให้คุณเป็นเด็กลง

- ลองเปลี่ยนสถานที่หรือท่าทางเพื่อเพิ่มความสุขในเซ็กซ์

- ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มพลังทางเพศ

- พยายามออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

หัวใจสำคัญของการไม่ยอมแก่

คุณหมอกฤษดา ได้กำหนดแนวทางง่ายๆสำหรับการชะลอวัยที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง เอาไว้เป็นสามแนวทางคือ

1. จำกัดปริมาณที่ได้รับจากอาหาร แต่ต้องถูกต้องตามหลักโภชนาการ

2. ใช้ชีวิตด้วยวิถีสุขภาพ

3. ดูแลสุขภาพจิตให้แข็งแรง

โดยจะเน้นไปที่การจำกัดพลังงานที่ได้รับหรือกินอาหารให้น้อยลง แต่ยังคงคุณค่าของสารตามที่ร่างกายต้องการไว้ ถือ ได้ว่าเป็นหัวใจของการชะลอวัยเลยทีเดียว เพราะหากสาเหตุของความแก่ตัวลงของเซลล์มาจากการเผาผลาญอาหาร หรือกระบวนการเมตาบอลิซึม ทำให้เกิดของเสียจากการเผาผลาญพลังงาน นั่นคือ อนุมูลอิสระ ซึ่งเจ้านี่เองที่ทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่น และอาการแสดงออกของความแก่ต่างๆ

วิถีสุขภาพ

- ดูแลหุ่นให้เพรียวไว้ จะเรียกได้ว่า ยิ่งยอมยิ่งอยู่ได้นานก็ไม่ผิด

- อย่าพยามยามให้เกิดแผลในร่างกาย เพราะการติดเชื้อเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ร่างกายเสื่อม

- เลิกสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นตัวการของความแก่ของผิวพรรณ และโรคร้ายต่างๆ

- อย่าปฏิเสธวิตามินและเกลือแร่เสริม หากคุณไม่สามารถกินอาหารได้ครบ 5 หมู่

- เลือกอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

- ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่พอเหมาะ ใส่เสื้อผ้าป้องกันแสงแดด เพื่อมิให้ผิวพรรณเหี่ยว หรือ มีรอยด่างดำ รวมทั้งฝ้า กระ

- ลดเวลาในการใช้โทรศัพท์มือถือ

- หัวเราะให้กับชีวิต

- ชะลอความเร่งรีบในชีวิตลงบ้า

หากคุณอยากมีอายุยืนยาวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เดินข้ามสะพานเข้าสู่ความเป็นอมตะ แน่นอนว่าคุณต้องดูแลตัวเองเป็นอย่างดี และนี่คือ สิ่งที่เวชศาสตร์อายุรวัฒน์แนะนำว่าคุณควรทำ เพื่อเดินทางต่อไปจนถึงอายุขัย 120 ปี โดยมีหัวใจอยู่ที่การลดปริมาณอาหารลงประมาณร้อยละ 40 แต่ยังได้โภชนาการครบถ้วน จะทำให้กลไกของร่างกายสับไกไปใช้โหมดทำงานแบบการชะลอการเผาผลาญ ส่งผลให้อนุมูลอิสระลดลง เหมือนการหลอกร่างกายว่าอยู่ในสถานการณ์ขาดแคลนอาหาร ร่างกายก็จะปรับตัวเองเพื่อให้อยู่รอดนานขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจคือ แนวทางดังกล่าวตรงกับวัตรปฏิบัติของพระ คือ ฉันอาหารเพียง 2 มื้อ งดอาหารเย็นมื้อหนึ่ง ซึ่งเท่ากับปริมาณร้อยละ 40 เช่นกัน เราจึงเห็นพระสงฆ์ผู้มั่นในวัตรปฏิบัติมีอายุยืนยาวถึง 100 ปี โดยไม่เจ็บป่วย

นอกจากการจำกัดปริมาณอาหารแล้ว ยังมีเรื่องของการใช้ชีวิตด้วยวิถีสุขภาพ และการมีจิตใจที่แข็งแกร่ง และนี่คือข้อปฏิบัติเพื่อการมีอายุยืนยาว

สิ่งจำเป็นพื้นฐานของการก้าวสู่การมีอายุยืนยาวแนวอายุรวัฒน์

- ตรวจเช็คร่างกายประจำปีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถค้นเจอจุดอ่อนในร่างกายได้เร็วที่สุด

- เชื่อมั่นอย่างจริงจังว่าทุกคนจะต้องมีสุขภาพที่ดีที่สุด

- เปิดใจรับข่าวสารวิทยาการใหม่ ด้านเวชศาสตร์อายุรวัฒน์

- ให้ครอบครัวรับรู้ข่าวสารใหม่ๆ พร้อมกับคุณ หากคุณเคยได้ยินมาว่าเวชศาสตร์อายุรวัฒน์ คือ การใช้ฮอร์โมนเสริมเพียงอย่างเดียวนั้นคือสิ่งผิด

ยืดอายุด้วยกิจวัตรประจำวัน

- เพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานให้กับร่างกาย ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ด้วยการทำตัวให้กระฉับกระเฉง งานบ้านไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อสำหรับคุณ แต่ช่วยให้อายุยืนขึ้นต่างหาก

- สมองหากไม่คิดก็จะฝ่อ คุณจึงควรใช้ความคิดตลอดเวลา

- พยายามให้เหงื่อออกให้มากหน่อย เพราะหมายถึงการขับเคลื่อนของของเหลวในร่างกาย

- กำจัดน้ำหนักส่วนเกินอันเป็นที่มาของความเสื่อมทั้งหลาย

- สุนัข นอกจากเป็นสัตว์เลี้ยงคลายเหงาแล้ว ยังช่วยให้คุณได้ออกกำลังกายอีกด้วย

- วงไพ่แบบสนุกสนานที่ไม่มีการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง ช่วยฝึกสมองของคุณได้

- ทำงานและทำงานใช้ทั้งสมองและร่างกายของคุณให้คุ้ม

จากแนวทางทั้งหมดที่เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ แนะนำอาจสรุปได้ว่า หากอยากมีอายุยืนก็ต้องใช้ชีวิตให้คุ้ม อย่าคิดว่าตัวเองแก่แล้วทำโน่นทำนี่ไม่ได้ เพราะนั่นจะทำให้คุณแก่จริงๆ กิจวัตรประจำวันช่วยให้ร่างกายกระฉับกระเฉงและกล้ามเนื้อของคุณ ได้รับการกระตุ้นให้ทำงานเมื่อรวมกันกับการดูแลตัวเองมาแล้วอย่างดี ตั้งแต่อายุน้อยๆ การจะเดินทางสู่ความแก่อย่างไม่แก่ก็เป็นไปได้สูง

ลองนึกภาพคนแก่สมัยก่อน ที่ยังคงทำนา ทำไร่ ปลูกผัก ดายหญ้า หรือคนจีนที่ใช้สมองแทนเครื่องคิดเลข คนเหล่านั้นกลับห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์ และโรคที่มาจากความชราอื่นๆ กลับกันเมื่อคนเราสบายขึ้น คนแก่ไม่ต้องเลี้ยงลูก เลี้ยงหลาน ซ้ำไม่ต้องทำงานเพราะเกษียณแล้ว งานบ้านก็มีผู้ช่วยทำงาน ชีวิตอย่างนั้นอาจมองว่าสบาย แต่กลับเรียกโรคร้ายเข้ามารุมเร้า จึงกล่าวได้ว่า อยากมีชีวิตอยู่ก็ต้องอยู่ในคุ้มนั้นเอง

ออกกำลังกายอีกหนึ่งของหัวใจแข็งแรง

การออกกำลังกายเป็นหัวใจของการมีสุขภาพที่ดีมาช้านาน และนี่คือ เคล็ดลับการออกกำลังกายเพื่อต้านความชนา

เคล็ดลับการออกกำลังกายสำหรับผู้ชาย

- เพิ่มการออกกำลังกายขึ้นอีกเพื่อให้ร่างกายผลิตเทสโทสเตอโรน ตามธรรมชาติ

- กินอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์เพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายได้รับโปรตีนอย่างพอเพียง

- ลองพิจารณาอาหารเสริมเพื่อการออกกำลังกายที่เหมาะสม

- ใช้ชีวิตสมบุกสมบันบ้าง เพื่อสร้างสีสันให้ชีวิต

เคล็ดลับการออกกำลังกายสำหรับผู้หญิง

- ผู้หญิงหลังวัยหมดประจำเดือนควรออกกำลังกายเป็นประจำ

- รับมือความเครียดจากการหมดประจำเดือน

- เมื่อถึงวัยทองคุณมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ก่อนออกกำลังกายต้องเช็คร่างกายให้พร้อมอยู่เสมอ วัยทองมักมาพร้อมกับกระดูกพรุน เลือกรูปแบบการออกกำลังกายที่เสริมสร้างกระดูก

- อย่าหยุด ช็อปปิ้ง อย่าลืมว่าการ ช็อปปิ้งกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน เพราะอย่างน้อยคุณก็ได้เดิน

ทำไมเราจึงแก่?

เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ เชื่อในทฤษฎีที่ว่า อนุมูลอิสระทำให้เกิดความชรา โดยอนุมูลอิสระ คือ อิเล็กตรอนที่ไม่ครบคู่ จึงพยายามวิ่งพล่านไปจับกับโมเลกุลของร่างกายทำให้เกิดผลเสียตามมาคือ เซลล์เสื่อมเร็วผิดปกติ และจะเสื่อมตามกันไปเป็นโดมิโน ทำให้เกิดความเสื่อมของเซลล์โดยภาพรวม และเกิดโรคจากการเสื่อมตามมา อนุมูลอิสระนั้น เป็นของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญ เพื่อให้ได้พลังงานกับร่างกาย เมื่อคุณกินอาหารเข้าไปก็เหมือนการส่งวัตถุดิบเข้าโรงงานแปรรูปหรือเถ้าถ่านซึ่งหากไม่มากเกินไป ร่างกายก็จำกัดได้ แต่หากมากเกินไป ก็จะเหลือค้างสะสมเป็นของเสียในร่างกาย

นั่นจึงเป็นคำอธิบายว่า ทำไมการจำกัดอาหารในปริมาณที่เหมาะสม จึงช่วยให้เราชะลอความแก่ได้ เป็นเพราะร่างกายไม่ต้องเผาผลาญมากเกินไป หน่วยทุกหน่วยต้องทำงานมากเพื่อสลายอาหาร ย่อมเกิดเถ้าถ่านจำนวนมาก เพื่อย่อยอาหารเหลือใช้สะสมเป็นไขมันสำรองไว้ตามร่างกาย แต่อาจไม่ได้นำกลับมาใช้เลยตลอดชีวิต เพราะคุณยังส่งพลังงานเข้าไปในร่างกายอย่างต่อเนื่องด้วยความสุขจากกการรับประทานอาหารนั่นเอง

- ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนฝูง และเข้าสังคมเป็นประจำ

- ไม่เครียด จำไว้ว่าเมื่อเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนทุกฮอร์โมนออกมา

- นอนให้หลับสบายทุกคืนเพื่อให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง

- เป็นตัวของตัวเองเพราะคุณจะมีความสุขมากที่สุด

ท่านผู้อ่านคงจะได้สาระจากเรื่องที่นำมาลงในบล็อกครั้งนี้ และหวังว่าท่านผู้อ่านจะชะลอความแก่เอาไว้ได้ไม่มากก็น้อย หากสามารถปฏิบัติตามข้อมูลดังกล่าว

โชคดี

ที่มา จากหนังสือใกล้หมอ ฉบับที่ 12

เดือนธันวาคม 2549 พ.ท.นิวัติ รัตนอุบล

Peter Ilych Tchaikovsky

(ภาพอนุเคราะห์โดย http:// facstaff.uww.edu/.../MSO/NOTES/0506/7.Mar06.html)

พ่อแม่ผู้ปกครองมีข้อสงสัยอยู่ว่า จะให้ลูกฟังเพลงอะไรดี คำตอบมีอยู่ว่าเด็กในท้องฟังได้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับแม่ของเด็กทารก แม่ฟังเพลงอะไรลูกก็ฟังเพลงนั้น ซึ่งเด็กในท้องก็ต้องฟังได้ทั้งนั้น เพราะทุกอย่างอยู่ในควบคุมของแม่ แต่ในส่วนของพ่อแม่ควรจะเลือกเพลงอะไรให้ลูกฟังต่อไปนี้

ในที่นี้ขอเลือกเพลงคลาสสิคมาให้ฟังเป็นตัวอย่าง เหตุผลที่เลือกเพลงคลาสสิคนั้น เพราะว่าเพลงคลาสสิค ผู้ประพันธ์เพลง ผู้เล่นได้บรรจงสร้างขึ้นอย่างประณีต สำหรับผู้ฟังเป็นศิลปะของเสียงที่ควรฟัง โดยไม่ต้องเลือกว่าเป็นเพลงอะไร ทุกเพลงได้ผู้ประพันธ์และเล่นโดยนักดนตรีฝีมือเยี่ยมที่สุดในโลก ทำให้ผู้ฟังได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ในที่นี้ขอเลือกเพลงตัวอย่างคุณแม่จำนวนหนึ่งเพื่อเป็นตัวอย่างให้ลูกฟัง ที่จริงแล้วเพลงที่ใช้ประกอบภาพยนตร์การ์ตูน คุณแม่สามารถเลือกมาใช้ได้ทั้งหมด เพราะว่าที่ใช้ประกอบการ์ตูนได้ถูกเลือกมาเรียบร้อยแล้ว หรือเป็นเพลงที่ประพันธ์ขึ้นเพื่อใช้กับเรื่องในการ์ตูนและเหมาะสมกับเด็ก

ตัวอย่างเพลง Serenade for Strings in C Major Op.48 ผลงานประพันธ์ของ Peter Ilych Tchaikovsky มีชีวิตระหว่างปี ค.ศ.1840 - 1893 เป็นเพลงที่มีด้วยกัน 4 ท่อน เพลงนี้เป็นเพลงที่ใช้ประกอบภาพยนตร์การ์ตูนของวอลต์ดีสนี่ เป็นเพลงฟังง่ายๆไพเราะ แต่ละท่อนก็มีเสน่ห์ชวนฟังมากทีเดียว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในท่อนที่ 1 - 2 ซึ่งเป็นเพลงสดใส ทั้งสองท่อนได้ถูกเลือกใช้เป็นเพลงประกอบการ์ตูน ตอนที่เจ้าหญิงและเจ้าชายเต้นรำ เป็นเพลงที่สามารถสร้างจินตนาการให้เด็กได้มากทีเดียว มีเครื่องดนตรีเป็นเครื่องสายทั้งหมด

เพลง Violin Concerto in D Major Op.35 ผลงานการประพันธ์ของ Peter Ilch Tchaikovsky เพลงนี้อาจจะคุ้นหูคุณแม่มากหน่อย คุณสุทิน เทศารักษ์ ได้นำทำนองส่วนหนึ่งมาเรียบเรียงเป็นเพลงไทยชื่อ "ม่านไทรย้อย" โดยใช้คุณชูศรี พุ่มชูศรี เป็นผู้ขับร้อง ขณะเดียวกัน นักเดี่ยวไวโอลิน ก็ได้นำเพลงนี้มาแสดงกับวงซิมโฟนีกันบ่อย เพราะนอกจากจะเป็นเพลงที่คุ้นหูแล้ว ยังเป็นเครื่องทดสอบนักไวโอลินในเมืองไทยว่าเล่นเพลงนี้ได้ ถึงจะยอมรับและได้ชื่อว่าเป็นนักเดี่ยวไวโอลิน

เพลงนี้มีด้วยกัน 3 ท่อน ตามแบบฉบับของเพลงคอนแชร์โตทั่วไป อาจจะตื่นเต้นเร้าใจ เด็กได้ยินเสียงไวโอลินเดี่ยวตั้งแต่เสียงต่ำไปยังเสียงสูง ความงดงามและความไพเราะของทำนองจะทำให้ติดใจกันง่าย ที่จริงเป็นเพลงที่ยากมากเพลงหนึ่ง แต่สำหรับผู้ฟังแล้ว ฟังและประทับใจได้ง่าย หวานซึ้งหยดย้อยทีเดียว โดยเฉพาะในท่อนแรกนั้นออกจะหวาน ส่วนในท่อนที่สองก็มีความนุ่มนวลหวานละมุนละไม ท่อนที่สามก็มีความตื่นเต้น ดุเดือดถึงใจทีเดียว มีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ จากสดใส เศร้า มีความช้าและเร็ว ซึ่งเด็กจะชอบ เพราะมีความคล่องแคล่วว่องไว เพราะเป็นบุคลิกของเด็กและมีทำนองเพลงที่กินใจ เครื่องดนตรีที่ใช้เป็นวงซิมโฟนี ซึ่งมีเครื่องดนตรีครบทุกตระกูล เด็กสามารถได้ยินเสียงของเครื่องดนตรีทุกชนิด

อย่างไรก็ตาม บทเพลงไชคอฟสกี้ยังมีบทเพลงที่น่าสนใจสำหรับเด็กหรือผู้ที่เริ่มต้นฟังเพลงใหม่อีกหลายบทด้วยกัน เช่น Romeo and Juliet, Swan Lake, The Sleeping Beauty และ The Nutcracker Suite เป็นต้น บทเพลงเหล่านี้เป็นบทเพลงที่ไชคอฟสกี้ ประพันธ์ขึ้นเพื่อประกอบบัลเลท์ ซึ่งมีเรื่องราวประกอบ ทำให้น่าติดตาม


Johann Sebastian Bach

(ภาพอนุเคราะห์โดย http://www.portrait.kaar.at/.../image44.html)

Johann Sebastian Bach เป็นดุริยกวีชาวเยอรมัน มีชีวิตอยู่ระหว่างปี ค.ศ.1685 - 1750 ถือว่าเป็นดุริยะกวีที่ยิ่งใหญ่ของโลกคนหนึ่ง ผลงานของบาคนั้นเป็นเพลงที่บริสุทธิ์ ไม่มีจริตทางอารมณ์มาเจือปน บาคเขียนขึ้นเพื่อบูชาพระเจ้าเพื่อความงดงามของเสียงดนตรี เพลงสะอาดสดใสจริงๆ แล้วสามารถที่จะเลือกให้เด็กฟังได้ทุกเพลงก็ว่าได้ อย่างไรก็ตามก็จะเลือกมาเป็นตัวอย่าง เช่น Brandenburg Concerto ซึ่งบาคได้เขียนไว้ถึง 6 บท ในแต่ละบทสามารถที่จะเปิดให้เด็กฟังได้ตลอดทั้งเพลง ซึ่งถือว่าเป็นบท Concerto ยุคแรกๆเลยทีเดียว

เพลงโซนาต้าของไวโอลิน ซึ่งบาคได้ประพันธ์ไว้ 6 บท บทเพลงโหมโรง บาคเขียนไว้ 4 บท ด้วยกัน เพลงประเภทหนึ่งที่บาคนิยมประพันธ์ไว้หลายบทคือ Fugues and Preludes เพลงเหล่านี้เป็นเพลงบริสุทธิ์ทั้งหมด เด็กสามารถฟังได้ดี เพราะส่วนละเอียดที่จะทำให้เด็กเก็บทุนไว้สำหรับชีวิตเขาในอนาคต


Wolfgang Amadueus Mozart

(ภาพอนุเคราะห์โดย http:// www.artelatino.com/QuienFue/Mozart/index.asp)

Wolfgang Amadeus Mozart เป็นดุริยะกวีชาวออสเตรียที่มีชื่อเสียงมากอีกคนหนึ่งของโลก มีชีวิตระหว่างปี ค.ศ.1756-1791 ที่จริงโมสาร์ทนั้นมีชีวิตสั้นเพียง 36 ปี เพลงของเขาเป็นเพลงที่โดนใจวัยรุ่นในสมัยนั้น โมสาร์ทถือว่าเป็นดารายอดนิยมที่โดดเด่นในสมัยนั้น

ดนตรีของโมสาร์ทเป็นดนตรีที่กินใจผู้ฟังเพลงและสามารถนำมาเปิดให้เด็กฟังได้แทบไม่ต้องเลือกก็ว่าได้ เพลงในสมัยของโมสาร์ทเป็นเพลงที่อารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว แต่เพลงเป็นศิลปะที่สร้างขึ้น เพื่อความงดงามของเสียงดนตรี โมสาร์ทประพันธ์โซนาต้าไม่ต่ำกว่า 40 บท คอนแชร์โต ไม่ต่ำกว่า 30 บท มีซิมโฟนี 41 บท และเพลงที่เป็นวงดนตรีขนาดเล็ก Chamber Music อีกจำนวนมาก ในกรณีที่ไม่รู้ว่าจะเลือกเพลงอะไรฟัง เมื่อเห็นว่าเป็นเพลงของโมสาร์ทแล้วสามารถเลือกไปฟังได้ทั้งนั้น


Antonio Lucio Vivaldi

(ภาพอนุเคราะห์โดย http:// www.waltyswebsite.ch/vivaldi.htm)

ดุริยกวีอีกคนหนึ่งที่น่าสนใจมากก็คือ วิวาลดี (Antonio Lucio Vivaldi) เป็นดุริยกวีชาวอิตาเลียน มีชีวิตอยู่ระหว่างปี ค.ศ.1676 - 1741 วิวาลดี นั้น เป็นพระรับเอาเด็กกำพร้ามาเลี้ยง แล้วสอนให้เด็กร้องเพลงเล่นดนตรี เพลงของวิวาลดี จึงเป็นบทเพลงที่เหมาะสำหรับเด็กที่จะฟัง มีความบริสุทธิ์ในบทเพลง มีความสะอาดของเสียงสดใสที่จะฟัง ทำให้เกิดความเบิกบาน

วิวาลดี ได้ประพันธ์เพลงประเภทโซนาต้า คอนแชร์โต ไว้จำนวนมาก ที่มีชื่อเสียงมากคือ The Four Seasons ซึ่งเป็นบทเพลงประจำ 4 ฤดูของยุโรป ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง เป็นต้น


Ludwig van Beethoven

(ภาพอนุเคราะห์โดย http://www.nndb.com/people/871/000024799/)

ดุริยกวีที่ขาดไม่ได้ก็คือ เบโธเฟน (Ludwig van Beethoven) เป็นดุริยกวีชาวเยอรมัน มีชีวิตอยู่ระหว่างปี ค.ศ.1770 - 1827 เบโธเฟนได้ประพันธ์เพลงไว้จำนวนมากที่เป็นโซนาต้า คอนแชร์โต มีซิมโฟนีอยู่ 9 บท ซึ่งเพลงเหล่านี้ทุกบทสามารถเปิดให้เด็กฟังได้หมดเลย

เพลงของเบนโธเฟนเต็มไปด้วยอารมณ์ มีความดัง - เบา สลับกันตลอดเวลา มีเสียงดนตรีทุกชนิดให้เด็กได้ฟัง บทเพลงมีความโลดโผนและความละมุนละไม เนื่องจากเพลงของเบโธเฟนส่วนใหญ่เป็นเพลงยาวๆ จึงสามารถเปิดให้เด็กได้ฟังอย่างต่อเนื่องได้

ผู้ใหญ่มักจะเข้าใจเอาว่าเด็กมีความสนใจระยะสั้นๆ ซึ่งก็จริง แต่ในวัยเด็กที่ผู้ใหญ่ต้องดูแลอยู่จึงใช้วิธีเปิดเพลงให้อยู่ในบรรยากาศของการเลี้ยงดู เป็นสิ่งแวดล้อมส่วนหนึ่งในการเลี้ยงดูเด็ก ไม่ว่าเด็กจะอยู่ในกิจกรรมอะไร ผู้ใหญ่สามารถเปิดเพลงคลอไปได้ทุกกิจกรรม


Franz Joseph Haydn

(ภาพอนุเคราะห์โดย http://www.naxos.com/composerinfo/462-collection.htm)

เพลงของ ไฮเดิน (Franz Joseph Haydn) ซึ่งเป็นดุริยกวีชาวออสเตรเลีย มีชีวิตอยู่ระหว่างปี ค.ศ.1732 - 1809 ไฮเดิน เป็นดุริยกวีที่มีอายุยืน จึงมีโอกาสประพันธ์เพลงไว้มากมาย บทเพลงโซนาต้า บทเพลงโซนาต้า คอนแชร์โต ซิมโฟนี และบทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นสำหรับวงดนตรีขนาดเล็ก จะเป็นบทไหนก็แล้วแต่ สามารถนำมาฟังได้ทั้งสิ้น เพราะบทเพลงของไฮเดินยังอยู่ในสมัยบริสุทธิ์นิยม

ไฮเดินเกิดก่อนโมสาร์ทและตายหลังโมสาร์ท เป็นครูของเบโธเฟน ได้เห็นการเติบโตของทั้งโมสาร์ทและเบโธเฟน บทเพลงของไฮเดินจึงมีความหลากหลาย บทเพลงของเขาก็สามารถจะเลือกฟังได้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม บทเพลงของดุริยกวีที่ยิ่งใหญ่ มีการบันทึกเสียงไว้ ทั้งในรูปแบบของแผ่นเสียง ซีดี และแต่ละเพลงก็มีวงดนตรีอีกหลายคณะได้บันทึกเสียงเอาไว้ ส่วนเรื่องจะซื้อผลงานการบรรเลงของใครดีนั้น ในขั้นต้นจะเป็นวงดนตรีอะไรก็ได้ให้หาไปฟังก่อน เมื่อหูมีความละเอียดมากขึ้น สามารถจำแนกความแตกต่างของคุณภาพเสียงดนตรีของแต่ละวงได้ แล้วจึงค่อยเลือกซื้อวงดนตรีที่มีคุณภาพดี ซึ่งมักจะมีราคาค่อนข้างสูง แต่ก็คุ้มค่าในการเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติส่วนตัว

การที่จะสร้างให้ลูกเป็นคนสมบูรณ์ที่สุดเป็นความปราถนาของพ่อแม่ทุกคน การฟังเพลงคลาสสิคเป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เด็กจะได้โตขึ้นมาโดยไม่ต้องปีนบันไดฟังเพลงคลาสสิคอีกต่อไป


ข้อมูลอ้างอิงจาก หนังสือ MUSIC TALK โครงการวิจัยพรสวรรค์ศึกษา โดย อาจารย์ สุกรี เจริญสุข


เป็นไข้หวัด

"ของแสลง" ก็คือบรรดาอาหารที่ไม่ถูกกับโรคทั้งหลายแหล่ แต่บางที ก็ทำให้เรางงเหมือนกันว่าเกี่ยวกันยังไง แต่ของอย่างนี้ ดิฉันขอบอกว่า อย่าลบหลู่...เพราะขึ้นชื่อว่าภูมิปัญญาชาวบ้านแล้วไซร้ ฟังหูไว้หูก็ดีเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 10 โรคที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้

เป็นไข้หวัด มีไข้สูง ควรหลีกเลี่ยงอาหารไม่สุก อาหารที่เย็นมากๆ อาหารทอด อาหารมัน ซึ่งเป็นอาหารที่ย่อยยากจะทำให้เกิดความร้อนสะสม เปรียบเสมือนอาหารเชื้อเพลิงหรือเป็นการเติมน้ำมันเข้าไปในกองไฟ

โรคกระเพาะ

ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ ชาแก่ๆ กาแฟ ของเผ็ด ของทอด ของมัน เพราะอาหารเหล่านี้ ทำให้เกิดความร้อนสะสม ทำให้โรคหายยาก ทางที่ดีควรจะรับประทานอาหารปริมาณน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง รับประทานอาหารให้ตรงเวลา และเป็นอาหารที่ย่อยง่าย

โรคความดันเลือดสูง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุที่มักมีปัญหาเลือดแข็งตัวขาดความยืดหยุ่น ควรหลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารที่มีคอเรสเตอรอลสูง เช่น หมูสามชั้น ไขกระดูก ไข่ปลา โกโก้ รวมทั้งเหล้า เพราะอาหารเหล่านี้ทำให้เกิดความร้อนชื้นสะสมในร่างกายและความชื้นก็มีผล ก็ทำให้เกิดความหนืดของการไหลเวียนทุกระบบในร่างกายและความร้อนก็จะไปกระตุ้นทำให้ความดันสูง นอกจากนี้...ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ด หรืออาหารหวานมาก รวมทั้งผลไม้อย่างลำไย ขนุน ทุเรียน

โรคตับและถุงน้ำดี

หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อาหารมันเนื้อติดมัน เครื่องในสัตว์ อาหารทอด อาหารหวานจัด เพราะแพทย์จีนถือว่า ตับและถุงน้ำดีมีความสัมพันธ์กับระบบย่อยอาหาร การได้อาหารประเภทดังกล่าวมากเกินไปจะทำให้สมรรถภาพของการย่อยอาหารอ่อนแอลงและเกิดโทษต่อตับและถุงน้ำดีอีกต่อหนึ่ง

โรคหัวใจและโรคไต

ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจด เพราะจะทำให้มีการเก็บกักน้ำ การไหลเวียนเลือดจะช้า ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น ไตต้องทำงานขับเกลือแร่มากขึ้น ส่วนอาหารรสเผ็ดก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะทำให้กระตุ้นการไหลเวียนสูญเสียพลังงาน และหัวใจก็ทำงานหนักขึ้นเช่นกัน

โรคเบาหวาน

หลีกเลี่ยงอาหารรสหวาน หรือแป้งที่มีแคลอรี่สูง เช่น มันฝรั่ง มันเทศ ควรรับประทานอาหารพวกถั่ว เช่น เต้าหู้ นมวัว เนื้อสันไม่ติดมัน ปลา ผักสด

นอนไม่หลับ

หลีกเลี่ยงชา กาแฟ(รวมทั้งการสูบบุหรี่) เพราะอาหารเหล่านี้ มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้ไม่ง่วงนอน หรือนอนหลับไม่สนิท

โรคริดสีดวงทวาร หรือท้องผูก

หลีกเลี่ยงอาหารประเภทหอม กระเทียม ขิงสด พริกไทย พริก เพราะอาหารเหล่านี้อาจทำให้ท้องผูก หลอดเลือดแตก และอาการริดสีดวงทวารกำเริบ

ลมพิษ ผิวหนังอักเสบ หรือโรคหอบหืด

ควรหลีกเลี่ยงเนื้อแพะ เนื้อปลา กุ้ง หอย ปู ไข่ นม และอาหารรสเผ็ด เพราะจะไปกระตุ้นและทำให้อาการผิวหนังกำเริบ

สิวหรือต่อมไขมันอักเสบ

งดอาหารเผ็ดและมันมัน เพราะทำให้เกิดการสะสมความร้อนชื่นของกระเพาะอาหาร ม้าม มีผลต่อความร้อนชื้นไปอุดตันพลังของปอดควบคุมผิวหนัง ขนตามร่างกาย ทำให้เกิดสิว

-----------------------------------------------------------------------------------------------
ข้อมูลจาก ร.อ.หญิง นลินี กองรอด กองแผนและโครงการ กรมสวัสดิการสารทหารบก